สรุปดราม่า บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบน "บัตรเลือกตั้ง" เช็กได้หรือไม่ว่าใครกาอะไร?

สรุปดราม่า บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบน "บัตรเลือกตั้ง" เช็กได้หรือไม่ว่าใครกาอะไร?

สรุปดราม่า บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบน "บัตรเลือกตั้ง" เช็กได้หรือไม่ว่าใครกาอะไร?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ดราม่า บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบน "บัตรเลือกตั้ง" เช็กได้ใครกาเบอร์อะไร? ชาวเน็ตถามส่อขัดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่?

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์ทันที เมื่อมีการแชร์ข้อมูลตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับ "บาร์โค้ด" และ "คิวอาร์โค้ด" ที่ปรากฏอยู่บนบัตรเลือกตั้ง ว่าอาจไม่ได้มีไว้เพียงแค่ตรวจสอบความถูกต้องของบัตรเท่านั้น แต่อาจสามารถใช้ตรวจสอบย้อนกลับได้ว่า "ใครกาเบอร์อะไร" ซึ่งสร้างความกังวลใจให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก

จุดเริ่มต้นข้อสงสัย: รหัสลับบนบัตรเลือกตั้ง

เรื่องราวเริ่มต้นจากผู้ใช้เฟซบุ๊กหลายรายได้โพสต์ตั้งข้อสังเกตว่า บนบัตรเลือกตั้งทั้งสีเขียวและสีชมพู มีสัญลักษณ์ QR Code และ Barcode ปรากฏอยู่ โดยมีการวิเคราะห์ว่ารหัสเหล่านี้อาจเป็น Serial Number หรือรหัสเฉพาะของบัตรแต่ละใบ เพื่อป้องกันการปลอมแปลง

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าตกใจคือ มีการทดสอบทางคณิตศาสตร์และพบว่า รหัสเหล่านี้อาจมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับ "ต้นขั้วบัตร" ที่เจ้าหน้าที่ฉีกเก็บไว้ ซึ่งหากข้อมูลนี้เป็นจริง จะทำให้สามารถระบุตัวตนของผู้ลงคะแนนได้ทันที

เทียบตัวอย่างบัตรเลือกตั้ง กกต. ไร้เงารหัสลับ

เมื่อตรวจสอบไปยังตัวอย่างบัตรเลือกตั้งที่ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เผยแพร่ออกมาเป็นทางการ พบว่ารูปแบบบัตรนั้นสะอาดตาและไม่มีสัญลักษณ์พิเศษใดๆ ดังนี้:

  • ใบที่ 1 (สีเขียว): บัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (สำหรับเลือกผู้สมัคร)

 

  • ใบที่ 2 (สีชมพู): บัตรเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ (สำหรับเลือกพรรคการเมือง)

 

ซึ่งในตัวอย่างบัตรทั้ง 2 ประเภทนี้ ไม่มี QR Code และ Barcode ปรากฏอยู่แต่อย่างใด ทำให้เกิดคำถามว่า หากบัตรจริงมีรหัสเหล่านี้โผล่ขึ้นมา จะถือว่าเป็นความผิดปกติหรือไม่?

ไขรหัสตัวเลข: จากบัตรสู่ตัวบุคคลได้อย่างไร?

จากการวิเคราะห์ของชาวเน็ตสายไอที พบว่าบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งมีรหัสที่ไม่ซ้ำกัน และเมื่อนำมาคำนวณตามสูตรทางคณิตศาสตร์ จะสามารถทราบได้ว่าบัตรใบนั้นมาจากสมุดเล่มไหน (เล่มที่) และเป็นบัตรใบที่เท่าไหร่ในเล่มนั้น

เมื่อเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งมีการบันทึกลำดับการจ่ายบัตร หรือมีต้นขั้วบัตรที่ระบุเลขที่ตรงกัน ก็จะสามารถจับคู่ได้ว่าบัตรใบนี้ถูกจ่ายให้กับประชาชนคนใด ซึ่งขัดแย้งกับหลักการลงคะแนนลับอย่างสิ้นเชิง

ส่อขัดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่?

หากการตรวจสอบย้อนกลับดังกล่าวสามารถทำได้จริง อาจเข้าข่ายการกระทำที่ผิดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในหลายมาตรา ดังนี้

  • มาตรา 92: การออกเสียงลงคะแนนต้องเป็นไปโดยตรงและลับ
  • มาตรา 93: บังคับให้พับบัตรเพื่อไม่ให้ผู้อื่นทราบว่าลงคะแนนอย่างไร
  • มาตรา 96: ห้ามทำเครื่องหมายอันเป็นที่สังเกตไว้ที่บัตรเลือกตั้ง

เปิดคำชี้แจงจาก กกต. 

ทางด้านคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาชี้แจงเบื้องต้นว่า แถบบาร์โค้ดดังกล่าวมีไว้เพื่อระบบรักษาความปลอดภัยและการบริหารจัดการขนส่งบัตร เพื่อให้ทราบว่าเป็นบัตรของหน่วยใด ล็อตใด ไม่ใช่เพื่อการตรวจสอบการลงคะแนนของบุคคล

ย้อนถาม กกต. ทำไม "บัตรสีเหลือง" ถึงไม่มี?

ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดคือ ข้อชี้แจงที่ระบุว่ารหัสบาร์โค้ดมีไว้เพื่อ "ระบบรักษาความปลอดภัยและการบริหารจัดการขนส่งบัตร" เพื่อให้ทราบว่าเป็นบัตรของหน่วยใดหรือล็อตใดนั้นกลับดูย้อนแย้ง เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับ "บัตรออกเสียงประชามติ (สีเหลือง)"

ชาวเน็ตตั้งข้อสังเกตว่า บัตรสีเหลืองสำหรับโหวตเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กลับไม่มี QR Code หรือ Barcode ใดๆ ปรากฏอยู่เลย ทั้งที่หากเป็นเรื่องของการบริหารจัดการขนส่งจริง บัตรทุกประเภทควรจะต้องมีมาตรฐานการกำกับดูแลที่เหมือนกัน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล